ข่าวกิจกรรมในโรงเรียน

 เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา


ช่องทางการติดต่อ

จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์

258191

ระเบียบการแต่งกายและการลงโทษนักเรียน

หมวดหมู่: ระเบียบ

ระเบียบโรงเรียนสมุทรสาครวุฒิชัย

ว่าด้วยระเบียบการแต่งกายของนักเรียน พ.ศ. 2553

                    โรงเรียนสมุทรสาครวุฒิชัยมีความประสงค์อันแรงกล้าที่จะให้นักเรียนทุกคนมีความประพฤติดีศีลธรรม วัฒนธรรมและวิชาความรู้ดีเพื่อเป็นพลเมืองดีจึงวางระเบียบปฏิบัติของนักเรียนโดยอาศัยระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยเครื่องแบบนักเรียน พ.ศ. 2551 ไว้ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า ระเบียบโรงเรียนสมุทรสาครวุฒิชัยว่าด้วยระเบียบการแต่งกายของนักเรียน พ.ศ. 2553

ข้อ 2 ระเบียบนี้ใช้บังคับนักเรียนโรงเรียนสมุทรสาครวุฒิชัย

ข้อ 3 เครื่องแบบนักเรียน

3.1 เครื่องแบบนักเรียนชาย

เสื้อ

  1. เสื้อเชิ้ตแขนสั้นเพียงศอก ผ้าขาวเกลี้ยง ไม่บางเกินควร
  2. ผ่าอกตลอด มีสาบนอกกว้าง 5 ซ.ม.ใช้กระดุมสีขาวแบบกลม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 ซ.ม.

ไม่มีจีบหลัง

  1. จำนวนกระดุมที่อกเสื้อ 6 เม็ด เม็ดที่ 1 ติดที่คอตั้ง เม็ดสุดท้ายอยู่ระดับสะดือทุกเม็ดเว้นระยะเท่ากัน
  2. คอปกเชิ้ตแบบสุภาพ ไม่ยาวแหลมจนเกินไป ไม่มีกระดุมหรือรังดุม
  3. ปลายแขนพับข้างใน 5  ซ.ม. เดินตะเข็บเดียว ปลายแขนไม่ผ่า เวลาสวมไม่พับปลายแขน
  4. มีกระเป๋าติดแนวราวนมเบื้องซ้าย 1 กระเป๋า ขนาดพอเหมาะกับตัวเสื้อ ก้นกระเป๋าเป็นรูปสามเหลี่ยม
  5. อกเสื้อด้านขวาปักอักษรย่อ ส.ช. และเลขประจำตัวตามแบบและขนาดของโรงเรียนด้วยไหม

สีน้ำเงินระดับเหนือราวนมปักบนเสื้อ (ห้ามปักบนผ้าอื่นแล้วเย็บติด) อกเสื้อด้านซ้ายปักชื่อ

และชื่อสกุลของนักเรียนขนาดสูง 1 ซ.ม. ด้วยไหมสีน้ำเงิน

  1. นักเรียนชั้นมัธยมปลายให้ปักรูปดาว 5 แฉก ด้านบนของชื่อและชื่อสกุล
  2. ขนาดของตัวเสื้อไม่รัดรูปหรือหลวมใหญ่เกินไป

กางเกง

  1. ขาสั้นสีกากี ไม่มีลวดลาย (ห้ามใช้ผ้าแพร ยีนส์ เวสต์ปอยต์ กระสอบ) ม.ต้นสีกากี , ม.ปลายสีดำ
  2. มีจีบหน้าข้างละ 2 จีบ ไม่เย็บทับจีบ
  3. ผ่าตรงส่วนหน้า ใช้ซิปรูด
  4. ปลายขากางเกงสูงจากกลางลูกสะบ้าเข่า ประมาณ 5-10 ซ.ม. เมื่อยืนตรง
  5. ที่ขอบกางเกงมีห่วงกว้าง 1 ซ.ม. ยาวพอสอดเข็มขัดได้ 7 ห่วง ห่วงที่ 4 อยู่ตรงรอยต่อชิ้นกางเกงกึ่งกลางด้านหลัง           
  6. ปลายขากางเกงเมื่อสวมแล้วดึง วัดเหลือห่างจากขาประมาณ 8-120 ซ.ม.
  7. ไม่มีกระเป๋าหลัง
  8. มีกระเป๋าข้างตรงตามแนวตะเข็บกางเกงข้างละ 1 กระเป๋า
  9. ปลายขาพับชายเข้าข้างใน 5 ซ.ม. เดินตะเข็บเดียว
  10. ขากางเกงต้องได้สัดส่วนกันตลอดขา ไม่มีส่วนใดโค้งหรือเว้า
  11. เมื่อสวมให้ขอบกางเกงอยู่ในแนวสะดือ สวมทับชายเสื้อให้เรียบร้อย

เข็มขัด

  1. หนังสีน้ำตาล กว้าง 3-4 ซ.ม.ยาวพอปลายถึงห่วงกางเกงห่วงที่ 2 ได้ ม.ต้นสีน้ำตาล , ม.ปลายสีดำ
  2. มัธยมต้นใช้หัวเข็มขัดลูกเสือ มัธยมปลายหัวโลหะสีทองสีเหลี่ยมผืนผ้าตามแนวตั้งขนาดพอเหมาะกับสายเข็มขัดมีเข็มเพียง 1 เข็ม
  3. สายเข็มขัดต้องไม่ตัดหรือแต่งปลาย ไม่มีลวดลาย เจาะรูเพื่อสอดเข็ม 1 แถว
  4. มีปลอกหนังสีน้ำตาล 1 ปลอก กว้างไม่เกิน 5 ซ.ม. สำหรับสอดปลายเข็มขัด
  5. เวลาคาด สอดเข้าในห่วงกางเกง และคาดพอตึง
  6. เมื่อคาดเสร็จแล้วให้ปลายเข็มขัดอยู่ทางซ้าย

ทรงผม นักเรียนมัธยมต้น

  1. ทรงนักเรียน ตัดเกรียนรอบศีรษะ ส่วนหน้าไม่เกิน 3 ซ.ม.
  2. ไม่ตัดทรงลานบิน ไม่ใส่น้ำมัน ไม่ไว้หนวดเครา ไม่ทำผมหยิกลอนผิดธรรมชาติ

ทรงผม นักเรียนมัธยมปลาย

  1. ทรงอเมริกันนักเรียน รอบศีรษะแลเงาไม่เกิน 1 ซ.ม. ส่วนหน้ายาวที่สุดไม่เกิน 5 ซ.ม.
  2. ไม่ตัดทรงลานบิน ไม่ใส่น้ำมัน ไม่ไว้หนวดเครา ไม่ทำหยิกลอนผิดธรรมชาติ
  3. ทรงนักศึกษารักษาดินแดน

รองเท้า

  1. ผ้าใบชนิดหุ้มส้น ม.ต้น สีน้ำตาล ม.ปลาย สีดำ มีเชือกผูกสีเดียวกัน
  2. ไม่มีลวดลายใดๆ
  3. ไม่มีส้น ม.ต้น ขอบพื้นต้องเป็นสีน้ำตาลตลอด ม.ปลาย สีดำ
  4. ไม่หุ้มตาตุ่ม และรองเท้าเป็นชนิดหัวมน ไม่แหลมจนเกินไป

ถุงเท้า

  1. ใช้ถุงเท้า ม.ต้น สีน้ำตาล ม.ปลาย สีขาวล้วนยาว 1/3 ถึง ครึ่งน่อง
  2. ไม่พับปลายถุงเท้าหรือขอบเป็นสีอื่น
  3. ไม่บางจนเกินไป ไม่มีลวดลาย ไม่เป็นลูกฟูกหรือไม่ฟู

3.2 เครื่องแบบนักเรียนหญิง

เสื้อ นักเรียนมัธยมต้น

  1. เสื้อแบบคอพับในตัวปกขนาด 10 ซ.ม. ใช้ผ้าสองชั้นเย็บแบบเข้าถ้ำ (คอกลาสี) เนื้อผ้าขาวเกลี้ยง (ไม่บางเกินควร) คอลึกพอให้สวมศีรษะได้สะดวก สาบตลบเข้าข้างใน ส่วนบนของสาบให้ใหญ่พอแบะคอแล้วไม่เห็นตะเข็บข้างใน
  2. แขนยาวเหนือศอก ปลายแขนจีบเล็กน้อย ประกอบด้วยผ้าสองชั้นกว้าง 3 ซ.ม.
  3. ความยาวของตัวเสื้อ วัดจากเอวลงยาว 15-17 ซ.ม. ชายขอบเสื้อด้านล่างมีรอยพับไม่เกิน 3 ซ.ม.ขนาดตัวเสื้อตั้งแต่ใต้แขนถึงขอบล่างมีความกว้างพอเหมาะกับตัว ไม่รัดรูป (รัดเอว)
  4. ริมขอบล่างด้านหน้าข้างขวา ติดกระเป๋าขนาดกว้าง 10-14 ซ.ม. ยาว 12-16 ซ.ม.ตามส่วน ขนาดของตัวเสื้อ ปากกระเป๋าพับเป็นริมกว้างไม่เกิน 2 ซ.ม.
  5. ใช้คอซองแบบสำเร็จ ชายสามเหลี่ยมกว้าง 10-14 ซ.ม. ยาว 80-100 ซ.ม. ไม่ผูกชิด หรือห่างคอจนเกินไปผูกแล้ววัดจากฐานคอยาว 7-10 ซ.ม.
  6. อกเสื้อด้านขวา ปักอักษรย่อ ส.ช. และเลขประจำตัวตามแบบและขนาดของโรงเรียนด้วยไหมสีน้ำเงินระดับเหนือราวนมปักบนเสื้อ (ห้ามปักบนผ้าอื่นแล้วเย็บติด) อกเสื้อด้านซ้าย ปักชื่อและชื่อสกุลของนักเรียนขนาดสูง 1 ซ.ม. ด้วยไหมสีน้ำเงิน

เสื้อ นักเรียนมัธยมปลาย

  1. เสื้อแบบคอเชิ้ต เนื้อผ้าขาวเกลี้ยง ไม่บางเกินสมควร ผ่าอกตลอด ที่อกทำเป็นสาบตลบเข้าข้างในกว้าง 3 ซ.ม. มีกระดุมกลมแบบสีขาว 5 เม็ด ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่เกิน 1 ซ.ม. เวลาสวมสอดชายเสื้อไว้ในกระโปรง
  2. แขนยาวเหนือศอก ปลายแขนจีบเล็กน้อย ประกอบด้วยผ้าสองชั้นกว้าง 3 ซ.ม.
  3. อกเสื้อด้านขวา ปักอักษรย่อ ส.ช. และเลขประจำตัวตามแบบและขนาดของโรงเรียนด้วยไหมสีน้ำเงินระดับเหนือราวนมปักบนเสื้อ (ห้ามปักบนผ้าอื่นแล้วเย็บติด) อกเสื้อด้านซ้าย ปักชื่อและชื่อสกุลของนักเรียนขนาดสูง 1 ซ.ม. ด้วยไหมสีน้ำเงิน

กระโปรง

  1. ผ้าสีกรมท่าเกลี้ยง ไม่มีลวดลาย
  2. แบบธรรมดา ด้านหน้าและด้านหลังพับเป็นกลีบข้างละ 3 กลีบ หันกลีบออกด้านนอกเย็บทับกลีบจากขอบล่างลงมาประมาณ 6-12 ซ.ม. เว้นระยะความกว้างตรงกลางพองาม
  3. ความยาวกระโปรงใต้เข่าลงมา 10 ซ.ม. ชายกระโปรงพับเข้าข้างใน 5 ซ.ม.

เข็มขัด (เฉพาะนักเรียนหญิงมัธยมปลาย)

  1. เข็มขัดหนังสีดำ กว้าง 2-3 ซ.ม. ตามส่วนขนาดของตัวนักเรียน
  2. หัวรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าตามแนวตั้ง แบบชนิดหัวกลัด ใช้หนังสีดำหุ้ม
  3. มีปลอกหนังสีเดียวกับเข็มขัด ขนาดกว้าง5 ซ.ม. สำหรับสอดปลายเข็มขัด
  4. เข็มขัดนี้ให้คาดทับขอบกระโปรงและให้ปลายเข็มขัดอยู่ด้านซ้าย

ทรงผม

  1. ตัดสั้น แสกข้าง (ไม่แสกกลาง) ข้างหลังยาวจรดต้นคอ ด้านข้างเสมอติ่งหู
  2. ใช้กิ๊บลวดสีดำ ติดผมเท่านั้น
  3. ห้ามไว้ม้า ดัดซอย ตกแต่งด้วยอุปกรณ์และเครื่องสำอางที่ให้หรือมีกลิ่นเห็นชัด
  4. สำหรับนักเรียนมัธยมปลาย ถ้าไว้ผมยาวต้องผูกรวบให้เรียบร้อยใช้โบว์ริบบิ้นสีดำและโบว์ ริบบิ้นสีน้ำเงินเท่านั้น

ถุงเท้า

  1. ถุงเท้าสีขาว พับปลายถุง
  2. ไม่บางเกินไป ไม่มีลวดลาย หรือขอบเป็นสีอื่น
  3. ไม่เป็นลูกฟูก หรือไม่ฟู
  4. พับทบ 2 ครั้ง พับเสร็จแล้วอยู่ระดับตาตุ่มส่วนบน

รองเท้า

  1. แบบหุ้มส้น หุ้มปลายเท้า เป็นรองเท้าหนังสีดำ ไม่มีลวดลาย
  2. หัวมน มีสายรัดหลังเท้าในตัว มีส้นสูงไม่เกิน 3 ซ.ม.

เครื่องแบบพลศึกษา

เครื่องแต่งกายพลศึกษาสำหรับนักเรียนโรงเรียนสมุทรสาครวุฒิชัยทุกระดับชั้นให้ใช้เหมือนกันหมดดังนี้

นักเรียนชาย

  1. เสื้อพลศึกษา ใช้เสื้อสีชมพูอ่อนเป็นผ้าโทเร (ห้ามใช้เสื้อยืด) ลักษณะของเสื้อคอโปโล ไหล่สโล้ปเอวตรง ปักตราของโรงเรียนที่กระเป๋าเสื้อ บริเวณหน้าอกด้านขวาปักชื่อด้วยด้ายสีขาว
  2. กางเกงพลศึกษา ใช้กางเกงผ้ายืดสีน้ำเงินมีแถบกุ๊นสีชมพู ลักษณะของกางเกงเป็นกางเกงวอร์ม ขายาวลีบเล็กลง มีกระเป๋าข้าง 2 กระเป๋า
  3. รองเท้าพลศึกษา ใช้รองเท้านักเรียน (ห้ามใช้รองเท้ายาง)

นักเรียนหญิง

  1. เสื้อพลศึกษา ใช้เสื้อสีชมพูอ่อนเป็นผ้าโทเร (ห้ามใช้เสื้อยืด) ลักษณะของเสื้อคอโปโลไหล่สโล้ป เอวตรง ปักตราของโรงเรียนที่กระเป๋าเสื้อบริเวณหน้าอกด้านขวาปักชื่อด้วยด้ายสีขาว
  2. กางเกงพลศึกษา ใช้กางเกงผ้ายืด สีน้ำเงินมีแถบกุ๊นสีชมพู ลักษณะของกางเกงเป็นกางเกงวอร์ม ขายาวลีบเล็กลง มีกระเป๋าข้าง 2 กระเป๋า
  3. รองเท้าพลศึกษา ใช้รองเท้าผ้าใบแบบผูกเชือก สีขาวล้วน ไม่มีสีอื่นใดมาแทรก

       หมายเหตุ

    วันที่มีวิชาพลศึกษาให้นักเรียนปฏิบัติดังนี้

สวมเสื้อและกางเกงพลศึกษามาจากบ้าน นักเรียนชายสวมรองเท้านักเรียนมาจากบ้าน สำหรับนักเรียนหญิงสวมรองเท้าสีขาวมาจากบ้าน ห้องใดมีวิชาพลศึกษาตรงกับวันพุธให้ใส่ชุดกิจกรรมแทนชุดพลศึกษา ส่วนชุดพลศึกษาให้ใส่ถุงมาจากบ้านเมื่อถึงคาบเรียนให้เปลี่ยนเป็นชุดพลศึกษา ห้ามใช้รองเท้าและชุดพลศึกษาแต่งตัวมาสอบในวันสอบระหว่างภาคเรียนและปลายภาคเรียน ในวันสอบดังกล่าวให้แต่งเครื่องแบบนักเรียนเท่านั้น

เครื่องแบบอื่นๆ

  1. เครื่องแบบลูกเสือ นักเรียนชายมัธยมต้นที่เรียนกิจกรรมลูกเสือต้องแต่งกายเครื่องแบบลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่มาโรงเรียนในวันที่มีกิจกรรมลูกเสือและวันอื่นๆ ที่ทางโรงเรียนนัดหมาย
  2. เครื่องแบบยุวกาชาด นักเรียนหญิงมัธยมต้นที่เรียนกิจกรรมยุวกาชาดต้องแต่งเครื่องแบบยุวกาชาดมาโรงเรียนในวันที่มีกิจกรรมยุวกาชาดและวันอื่นๆที่ทางโรงเรียนนัดหมาย

กระเป๋าหนังสือ

โรงเรียนกำหนดให้ใช้กระเป๋าหนังสือตามแบบที่กำหนดดังนี้

  1. กระเป๋านักเรียนชนิดที่มีหูหิ้วและมีฝาปิดหรือซิปรูดทำด้วยหนังหรือหนังเทียมสีดำ เป็นแบบของทางโรงเรียนเท่านั้น
  2. กระเป๋านักเรียนแบบสะพายหลัง เป็นแบบของทางโรงเรียนจัดจำหน่าย บนกระเป๋านักเรียนทุกแบบไม่มีลวดลายและไม่นำวัสดุต่างๆ มาขีดเขียนติดเล่น

การปฏิบัติเกี่ยวกับการมาเรียนของนักเรียนของนักเรียนโรงเรียนสมุทรสาครวุฒิชัย

……………………………………………………………………………………………………………………

  1. เมื่อเปิดภาคเรียนแล้วนักเรียนไม่มาโรงเรียน โดยไม่แจ้งเหตุผลให้ทางโรงเรียนทราบทางโรงเรียนจะทำหนังสือแจ้งผู้ปกครองทางไปรษณีย์หรือโทรศัพท์ ให้มาติดต่อโรงเรียนภายในระยะเวลาที่กำหนด 2 ครั้ง (ไม่เกิน 10 วันทำการ) เมื่อครบกำหนดแล้วยังไม่มาติดต่อทางโรงเรียนจะทำรายชื่อนักเรียนแขวนลอยเพราะเหตุขาดเรียนมานาน
  2. การขอพักการเรียน

2.1 นักเรียนที่เรียนในภาคเรียนนั้นๆ ประสงค์จะพักการเรียนให้ผู้ปกครองยื่นคำร้องขออนุญาตพักการเรียนต่อหัวหน้าสถานศึกษาภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันเปิดภาคเรียนจะไม่ต้องชำระเงินระดมทรัพยากร

2.2 สำหรับนักเรียนที่ไม่เคยมาเรียนเลยนับตั้งแต่เปิดภาคเรียนประสงค์จะพักการเรียนให้ผู้ปกครองยื่นคำร้องขออนุญาตพักการเรียนต่อหัวหน้าสถานศึกษาภายในระยะเวลาข้อ 2.1 จะไม่ต้องชำระเงินระดมทรัพยากร และยังมีสภาพการเป็นนักเรียนอยู่ ถ้าพ้นกำหนดจะไม่อนุญาตให้พักการเรียนเนื่องจากนักเรียนผู้นั้น ถูกทำรายชื่อนักเรียนแขวนลอย

  1. นักเรียนที่ป่วยหรือมีธุระจำเป็นมาเรียนไม่ได้ จะต้องมีใบลาพร้อมกับใบรับรองจากผู้ปกครองมาแสดงในวันมาเรียนครั้งแรกตามแบบที่ทางโรงเรียนกำหนดให้ นักเรียนที่ป่วยมานานติดต่อกันต้องมีใบลาพร้อมด้วยใบรับรองแพทย์ถึงโรงเรียนโดยด่วน เพื่อเป็นหลักฐานในการพิจารณาอนุมัติเข้าสอบปลายภาคเรียนถ้าจำเป็น
  2. ในกรณีที่ผู้ปกครองมีกิจจำเป็น จะให้นักเรียนออกจากโรงเรียนไปทำธุระให้นักเรียนนำหนังสือจากผู้ปกครองมาแสดงต่อทางโรงเรียน มิฉะนั้นทางโรงเรียนไม่อนุญาตให้นักเรียนออกนอกบริเวณโรงเรียน
  3. นักเรียนที่มีกิจจำเป็นต้องออกนอกบริเวณโรงเรียนในระหว่างเรียน ให้ขอใบอนุญาตออกนอกบริเวณที่ฝ่ายบุคคล และขออนุญาตจากหัวหน้าครูเวรประจำวัน (กรณีไปแล้วกลับภายใน 1 วัน) แต่ถ้าขออนุญาตออกนอกบริเวณโรงเรียนแล้วไม่กลับในวันเดียวกันให้แจ้งอาจารย์ที่ปรึกษาทราบและขออนุญาตงานกิจการนักเรียนเท่านั้น
  4. การขาดเรียนเป็นระยะ ถ้าขาดเรียนมากเป็นที่น่าสังเกตในเบื้องต้นอาจารย์ที่ปรึกษาจะติดตามและชี้แจง พร้อมบันทึกพฤติกรรมไว้เป็นหลักฐาน
  5. การมาพบนักเรียน ให้ผู้ปกครองที่มาติดต่อกับทางโรงเรียน ติดต่อสอบถาม ณ ห้องประชาสัมพันธ์ หน้าอาคาร 1 และนั่งรอนักเรียนบริเวณรับรอง
  6. การแขวนลอย นักเรียนที่ขาดเรียนติดต่อกันนานเกิน 15 วัน แล้วไม่แจ้งให้ทางโรงเรียนทราบ หรือทางโรงเรียนติดต่อผู้ปกครองไม่ได้ทางโรงเรียนจะนำรายชื่อนักเรียนคนนั้นแขวนลอย

ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ

เรื่อง ผู้ปกครองนักเรียน นักศึกษา พ.ศ. 2522

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง ผู้ปกครองนักเรียน ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น ฉะนั้นอาศัยอำนาจตามความในข้อ 23 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 216 ลงวันที่ 29 กันยายน 2515 จึงให้ยกเว้นประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง ผู้ปกครองนักเรียน ลงวันที่ 19 มกราคม พ.. 2503 และให้ผู้ปกครองนักเรียนนักศึกษา ระดับต่ำกว่าปริญญาตรีในสถานศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการดังนี้

  1. ผู้ปกครองหมายความว่า บุคคลซึ่งรับนักเรียนหรือนักศึกษาไว้ในความปกครอง หรือ อุปการะเลี้ยงดูหรือบุคคลที่นักเรียนนักศึกษานั้นอาศัยอยู่
  2. ให้นักเรียน นักศึกษา ที่กำลังรับการศึกษาในหลักสูตรระดับ ปวส. ปกศ.สูง หรือเทียบเท่าลงมาในสถานศึกษาในสังกัด หรือในความควบคุมดูแลของกระทรวงศึกษาธิการ เว้นแต่การศึกษาผู้ใหญ่มีผู้ปกครองตลอดระยะเวลาที่ศึกษาอยู่
  3. ในวันมอบตัวนักเรียน นักศึกษาให้ผู้ปกครองมามอบตัวนักเรียน นักศึกษาที่ สถานศึกษาพร้อมกับส่งหลักฐานเอกสารต่างๆ ตามที่สถานศึกษากำหนด ถ้าผู้ปกครองไม่อาจมามอบตัวนักเรียนได้ตามกำหนด ให้ผู้ปกครองตกลงกับหัวหน้าสถานศึกษา กำหนดวันมอบตัวนักเรียน นักศึกษาใหม่
  4. ผู้ปกครองอาจต้องร่วมมือกับสถานศึกษา เพื่อควบคุมความประพฤติและการศึกษาเล่าเรียนโดยให้นักเรียน นักศึกษา แต่งกาย แต่งเครื่องแบบประพฤติตนตามระเบียบ ข้อบังคับหรือคำสั่งของสถานศึกษา หรือของกระทรวงศึกษาธิการ หรือตามที่กฎหมายกำหนด
  5. ผู้ปกครองควรติดต่อกับสถานศึกษาอยู่เสมอ เพื่อจะได้ทราบปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับการศึกษาของนักเรียน นักศึกษา และจะได้ช่วยสถานศึกษาแก้ไขปัญหานั้น ๆ
  6. เมื่อผู้ปกครองย้ายที่อยู่ หรือความเป็นผู้ปกครองสิ้นสุดลงด้วยประการใดๆ ให้ผู้ปกครองแจ้งสถานศึกษาทราบ (แจ้งฝ่ายแนะแนวและฝ่ายปกครอง)
  7. สำหรับนักเรียน นักศึกษาที่รับการศึกษาอยู่ในสถานศึกษาแล้ว ให้สถานศึกษาตรวจสอบ ติดตามหลักฐานการเป็นผู้ปกครองนักเรียน นักศึกษา หากเห็นว่านักเรียน นักศึกษาคนไหนไม่มีผู้ปกครอง หรือมีผู้ปกครองไม่เหมาะสมก็ให้สถานศึกษาดำเนินการให้เป็นไปตามประกาศนี้                ประกาศ ณ วันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.. 2522

นายก่อ สวัสดิ์พาณิชย์

รัฐมนตรีช่วยว่าการ ปฏิบัติราชการแทน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

 

 

กฎกระทรวง

กำหนดความประพฤติของนักเรียนและนักศึกษา

พ.ศ. 2548

…………………………………………………………………………………………………………………….....................................................

 

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 6 และมาตรา 64 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครอง เด็ก พ.ศ. 2546 อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา 29 ประกอบกับมาตรา 31 มาตรา 34 มาตรา 35 มาตรา 36 มาตรา 39 มาตรา 48 และมาตรา 50 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 นักเรียนและนักศึกษาต้องไม่ประพฤติตน ดังต่อไปนี้

(1) หนีเรียนหรือออกนอกสถานศึกษาโดยไม่ได้รับอนุญาตในช่วงเวลาเรียน

(2) เล่นการพนัน จัดให้มีการเล่นการพนัน หรือมั่วสุมในวงการพนัน

(3) พกพาอาวุธหรือวัตถุระเบิด

(4) ซื้อ จำหน่าย แลกเปลี่ยน เสพสุรา หรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ สิ่งมึนเมา บุหรี่ หรือยาเสพติด

(5) ลักทรัพย์ กรรโชกทรัพย์ ข่มขู่ หรือบังคับขืนใจเพื่อเอาทรัพย์บุคคลอื่น

(6) ก่อเหตุทะเลาะวิวาท ทำร้ายร่างกายผู้อื่น เตรียมการหรือกระทำการใดๆ อันน่าจะก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย หรือขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน

(7) แสดงพฤติกรรมทางชู้สาวซึ่งไม่เหมาะสมในที่สาธารณะ

(8) เกี่ยวข้องกับการค้าประเวณี

(9) ออกนอกสถานที่พักเวลากลางคืน เพื่อเที่ยวเตร่หรือรวมกลุ่ม อันเป็น การสร้างความเดือดร้อนให้แก่ตนเองหรือผู้อื่น

ข้อ 2 ให้โรงเรียนหรือสถานศึกษากำหนดระเบียบว่าด้วยความประพฤติของนักเรียนและนักศึกษาได้เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับกฎกระทรวงนี้

ให้ไว้ ณ วันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2548

นายจาตุรนต์ ฉายแสง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

 

ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ

ว่าด้วยการลงโทษนักเรียนและนักศึกษา

พ.ศ. 2548

……………………………………………………………………………………………………………………

          อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 6 และมาตรา 65 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ จึงวางระเบียบว่าด้วยการลงโทษนักเรียนและนักศึกษาไว้ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการลงโทษนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ. 2548”

ข้อ 2 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป

ข้อ 3 ให้ยกเลิกระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการลงโทษนักเรียน หรือนักศึกษา พ.ศ. 2543

ข้อ 4 ในระเบียบนี้ ผู้บริหารโรงเรียนหรือสถานศึกษาหมายความว่า ครูใหญ่ อาจารย์ใหญ่ ผู้อำนวยการ อธิการบดี หรือหัวหน้าของโรงเรียนหรือสถานศึกษา หรือตำแหน่งที่เรียก ชื่ออย่างอื่นของโรงเรียนหรือสถานศึกษานั้น

กระทำความผิดหมายความว่า การที่นักเรียนหรือนักศึกษาประพฤติฝ่าฝืนระเบียบ ข้อบังคับของสถานศึกษา หรือของกระทรวงศึกษาธิการ หรือกฎกระทรวงว่าด้วยความประพฤติของนักเรียนและนักศึกษา การลงโทษหมายความว่า การลงโทษนักเรียนหรือนักศึกษาที่กระทำความผิด โดยมีความมุ่งหมายเพื่อการอบรมสั่งสอน

ข้อ 5 โทษที่จะลงโทษแก่นักเรียนหรือนักศึกษาที่กระทำความผิด มี 4 สถานดังนี้

5.1 ว่ากล่าวตักเตือน

5.2 ทำทัณฑ์บน

5.3 ตัดคะแนนความประพฤติ

5.4 กิจกรรมเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

ข้อ 6 ห้ามลงโทษนักเรียน และนักศึกษาด้วยวิธีรุนแรง หรือแบบกลั่นแกล้ง หรือลงโทษด้วยความโกรธ หรือด้วยความพยาบาท โดยให้คำนึงถึงอายุของนักเรียน หรือนักศึกษา และความร้ายแรงของพฤติการณ์ประกอบการลงโทษด้วย การลงโทษนักเรียน หรือนักศึกษาให้เป็นไป เพื่อเจตนาที่จะแก้นิสัยและความประพฤติไม่ดีของนักเรียน หรือนักศึกษาให้รู้สำนึกในความผิด และกลับประพฤติตนใน ทางที่ดีต่อไป ให้ผู้บริหารโรงเรียนหรือสถานศึกษา หรือผู้ที่ผู้บริหารโรงเรียนหรือสถานศึกษามอบหมายเป็นผู้มีอำนาจในการลงโทษนักเรียน นักศึกษา

ข้อ 7 การว่ากล่าวตักเตือนใช้ในกรณีนักเรียน หรือนักศึกษากระทำความผิด ไม่ร้ายแรง

ข้อ 8 การทำทัณฑ์บนใช้ในกรณีนักเรียนหรือนักศึกษาที่ประพฤติตนไม่เหมาะสม กับสภาพนักเรียนหรือนักศึกษา ตามกฎกระทรวงว่าด้วยความประพฤตินักเรียน และนักศึกษา หรือได้รับโทษว่ากล่าวตักเตือนแล้ว แต่ยังไม่เข็ดหลาบ

การทำทัณฑ์บนให้ทำเป็นหนังสือ และเชิญบิดามารดาหรือผู้ปกครองมาบันทึกรับทราบความผิดและรับรองการทำทัณฑ์บนไว้ด้วย

ข้อ 9 การตัดคะแนนความประพฤติ ให้เป็นไปตามระเบียบปฏิบัติว่าด้วยการ ตัดคะแนนความประพฤตินักเรียนและนักศึกษาของแต่ละสถานศึกษากำหนด และให้ทำบันทึกข้อมูลไว้เป็นหลักฐาน

ข้อ 10 ทำกิจกรรมเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ใช้ในกรณีที่นักเรียน และนักศึกษากระทำความผิดที่สมควร ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การจัดกิจกรรมให้เป็นไปตามแนวทางที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด

ข้อ 11 ให้ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ รักษาการให้เป็นไปตามระเบียบนี้ และ ให้มีอำนาจตีความและวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้

ประกาศ ณ วันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2548

นายอดิศัย   โพธารามิก

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

21 มีนาคม 2561

ผู้ชม 2116 ครั้ง

Engine by shopup.com